ช่วงหลังผมเริ่มรู้สึกว่า การตัดสินใจที่ดีไม่ใช่แค่ตัดสินใจให้เร็ว หรือเลือกทางที่ดูถูกที่สุดในเวลานั้น แต่ต้องทำให้คนที่ตามมาทีหลังเข้าใจด้วยว่าเราเลือกทางนั้นเพราะอะไร และยอมแลกอะไรไปบ้าง หลายครั้งปัญหาของทีมไม่ได้เกิดจากการไม่มีคนตัดสินใจ แต่เกิดจากการที่ decision เหลืออยู่แค่ผลลัพธ์สั้น ๆ ว่า “เอาทางนี้” โดยไม่มีร่องรอยว่า ตอนนั้นมีทางเลือกอะไรบ้าง อะไรคือเหตุผล อะไรคือความเสี่ยง และอะไรคือราคาที่เรายอมจ่ายเพื่อให้เดินต่อได้
สิ่งที่อันตรายคือ เมื่อเวลาผ่านไป คนในทีมจะเห็นแค่คำตอบ แต่ไม่เห็นบริบท คนใหม่เข้ามาอ่านแล้วไม่รู้ว่าทำไมต้องเป็นแบบนี้ คนเดิมกลับมาดูอีกที ก็จำไม่ได้แล้วว่าตอนนั้นเรากังวลเรื่องอะไร หรือทำไมเราถึงไม่เลือกอีกทางหนึ่ง สุดท้าย decision ที่เคยช่วยให้ทีมเดินหน้า กลับกลายเป็นคำถามใหม่ของทีม เพราะทุกคนต้องย้อนกลับไปเดาว่า คนก่อนหน้าคิดอะไรอยู่ นี่คือเหตุผลที่ผมคิดว่า decision สำคัญควรมีร่องรอย ไม่ใช่เพื่อจับผิดใคร แต่เพื่อให้ทีมตามเหตุผลต่อได้
สำหรับผม จุดสำคัญของ decision log ไม่ใช่การเขียนรายงานยาว ๆ แต่คือการบันทึก trade-off ให้ชัดพอว่า เราเลือกอะไร เพื่อได้อะไร และยอมเสียอะไร การตัดสินใจเรื่องหนึ่งไม่ควรถูกมองจากมุมเดียว เพราะงานจริงมักมีหลาย domain ซ้อนกันอยู่เสมอ ทางที่ดีที่สุดในมุม technical อาจไม่ดีที่สุดในมุม operation ทางที่เร็วที่สุดอาจเพิ่มภาระ support ทางที่ถูกที่สุดวันนี้อาจแพงขึ้นในวันข้างหน้า ทางที่ลูกค้ารู้สึกดีตอนนี้อาจสร้างความเสี่ยงให้ทีมภายหลัง เพราะฉะนั้นก่อนสรุป decision สำคัญ ผมชอบให้มีการคุยข้ามมุมมองให้พอเห็นภาพว่า technical ว่าอย่างไร operation รับไหวไหม customer ได้หรือเสียอะไร cashflow กระทบไหม risk อยู่ตรงไหน และ people/capacity จะถูกกดทับหรือเปล่า
พอทีมเห็น trade-off แบบนี้ การตัดสินใจจะไม่ใช่แค่คำสั่ง แต่กลายเป็นความเข้าใจร่วมกัน ถ้าวันหนึ่งต้องเปลี่ยนใจ ทีมก็รู้ว่าเปลี่ยนจากสมมติฐานไหน ถ้าวันหนึ่งต้องรับช่วงต่อ คนใหม่ก็ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ ถ้าวันหนึ่ง decision นั้นเริ่มไม่เหมาะกับสถานการณ์เดิม ทีมก็มีจุดให้ย้อนกลับมาดู ไม่ใช่เถียงกันจากความจำของแต่ละคน สำหรับผม decision ที่ดีจึงไม่ใช่ decision ที่ดูมั่นใจที่สุด แต่คือ decision ที่บอกเหตุผล บอก trade-off และทิ้งร่องรอยไว้พอให้คนอื่นเดินต่อได้โดยไม่ต้องเดา